|
การคุ้มครองสิทธิคนพิการในสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว: ศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Creator | พงษ์พินัย ไชยสิทธิ์ |
| Title | การคุ้มครองสิทธิคนพิการในสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว: ศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ |
| Publisher | Mae Fah Luang University |
| Publication Year | 2557 |
| Journal Title | MFU Connexion: Journal of Humanities and Social Sciences |
| Journal Vol. | 3 |
| Journal No. | 2 |
| Page no. | 100 |
| Keyword | สิทธิคนพิการ,ความเท่าเทียม,กฎหมายคนพิการ,กฎหมาย สปป.ลาว,อนุสัญญาสหประชาชาติ,กฎหมายไทย |
| ISSN | 24654213 |
| Abstract | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ ปัญหาข้อกฎหมาย และมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิคนพิการ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ได้กำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการสากลปี ค.ศ.2006 สมควรที่จะได้รับการคุ้มครองสิทธิภายใต้กฎหมายให้เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป หากพวกเขาได้รับการคุ้มครองสิทธิ หรือได้รับสิทธิพิเศษ ซึ่งหลักในการปฏิบัติเหล่านี้ ถือเป็นหลักสากลที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยคนพิการ แต่จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบัน สปป.ลาว ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะคนพิการ มีเพียงการกำหนดไว้ และบังคับใช้ในกฎหมายแต่ละเรื่องซึ่งมีลักษณะทั่วไป และเนื้อหายังไม่ครอบคลุมอันจะสามารถยกให้เห็นเป็นปัญหาทางกฎหมายของ สปป.ลาว การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เพื่อหาแนวทาง และมาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิคนพิการใน สปป.ลาว อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยทำการศึกษาเปรียบเทียบกับมาตรการทางกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิคนพิการของประเทศไทยเป็นหลัก ผลการศึกษาพบว่า การที่ สปป.ลาว ได้เข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการสากลปี ค.ศ. 2006 สปป.ลาว จึงควรปฏิบัติพันธะกรณีของตนให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์อันแท้จริงแห่งอนุสัญญา ดังนั้นการที่รัฐบาล สปป.ลาว ได้ออกดำรัสแต่งตั้งคณะกรรมาธิการแห่งชาติเพื่อคนพิการ (คชพก.) ขึ้นตามดำรัสนายกรัฐมนตรี ฉบับเลขที่ 061/นย ลงวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2009 เพื่อช่วยให้รัฐบาล และนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบดำเนินการประสานงานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการปกป้อง คุ้มครองช่วยเหลือ บำบัดฟื้นฟู และพัฒนาคนพิการลาวทั่วประเทศที่ได้กำหนดไว้ตามภาระบทบาทของตนนั้น จะเห็นได้ว่ายังไม่ได้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการสากล จึงทำให้การคุ้มครองสิทธิคนพิการภายใต้กฎหมาย โดยเฉพาะทางด้านโอกาสในการเข้าถึงสิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้รับในแต่ละประเภทนั้น ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าคนพิการเหล่านั้น มีความเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปได้อย่างแท้จริง เช่น สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะผู้แปลภาษา ตามกฎหมายว่าด้วยการดำเนินคดีอาญา สิทธิทางการศึกษาว่าด้วยมาตรฐานของครู และอุปกรณ์สื่อการสอนในกฎหมายว่าด้วยการศึกษา สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะ เช่น ห้องน้ำ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการบันเทิง สิทธิในการเข้าถึงวิชาชีพตามกฎหมายแรงงาน และสิทธิในการได้รับบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพและสาธารณะสุขรวมทั้งกิจกรรมทางสังคมที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น กีฬา ซึ่งบรรดาสิทธิที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเจตนารมณ์ที่สำคัญแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิคนพิการสากล ปี ค.ศ. 2006 |