|
การเพิ่มความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ด้วยกิจกรรมการติดตามวัตถุเคลื่อนที่แบบ สามมิติ สำาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย: การศึกษาคลื่นไฟฟ้าสมอง |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การเพิ่มความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ด้วยกิจกรรมการติดตามวัตถุเคลื่อนที่แบบ สามมิติ สำาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย: การศึกษาคลื่นไฟฟ้าสมอง |
| Creator | ปิยวรรณ ถนัดธนูศิลป |
| Contributor | ผศ.ดร.สุชาดา กรเพชรปาณี |
| Publisher | วิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา ม.บูรพา |
| Publication Year | 2560 |
| Keyword | กิจกรรมการติดตามวัตถุเคลื่อนที่แบบสามมิต, ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์, คลื่นไฟฟ้าสมอง |
| Description | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการฝึกสมองด้วยกิจกรรมการติดตามวัตถุเคลื่อนที่แบบสามมิติ สำหรับการเพิ่มความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และนำรูปแบบที่พัฒนาขึ้นไปใช้กับนักเรียนชั ้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั ้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี จำนวน 46 คน สุ่มเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละเท่า ๆ กัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบกิจกรรมการติดตามวัตถุเคลื ่อนที ่แบบสามมิติ (3-Dimensional Multiple Object Tracking - 3D MOT Brain TrainingTask) แบบทดสอบความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial recognition ability tests) และเครื ่องบันทึกคลื ่นไฟฟ้าสมอง(Electroencephalogram: EEG) ตัวแปรที ่ศึกษา คือ ค่าเฉลี ่ยความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ และค่าเฉลี ่ยพลังงานสัมพัทธ์วิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลด้วยสถิติทดสอบที ผลการวิจัยปรากฏว่า1) ค่าเฉลี ่ยความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของกลุ่มทดลอง หลังการฝึกด้วยกิจกรรมการติดตามวัตถุเคลื ่อนที ่แบบสามมิติ สูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.982) ค่าเฉลี่ยพลังงานสัมพัทธ์ของคลื่นไฟฟ้าสมองของกลุ่มทดลอง มีช่วงความถี่คลื่นไฟฟ้าสมอง Alpha 1, Alpha 2,Beta 1 และ Beta 2 หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01 และแตกต่างกันทุกตำแหน่งขั้วไฟฟ้า ได้แก่ สมองส่วนหน้า F3, FZ, F4 สมองส่วนกลาง C3, CZ, C4 สมองส่วนพาไรเอทัล P3, PZ, P4 และสมองส่วนท้ายทอย O1, O23) ค่าเฉลี่ยความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของกลุ่มทดลองเพศชายสูงกว่าเพศหญิงหลังการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.424) ค่าเฉลี่ยพลังงานสัมพัทธ์ของคลื่นไฟฟ้าสมองของกลุ่มทดลองระหว่างเพศชายกับเพศหญิง ช่วงความถี่คลื่นไฟฟ้าสมอง Alpha 1 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที ่ระดับ .05 เฉพาะตำแหน่งขั ้วไฟฟ้าของสมองส่วนท้ายทอย O1, O2ส่วนช่วงความถี่คลื่นไฟฟ้าสมอง Alpha 2 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และแตกต่างกันทุกตำแหน่งขั้วไฟฟ้า ได้แก่ สมองส่วนหน้า F3, FZ, F4 สมองส่วนกลาง C3, CZ, C4 สมองส่วนพาไรเอทัล P3, PZ, P4 และสมองส่วนท้ายทอย O1, O2วิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา ปีที่ 15 ฉบับที่ 1, มกราคม - มิถุนายน 2560Research Methodology & Cognitive Science, Vol.15, No.1, January - June 2017สรุปได้ว่า รูปแบบการฝึกสมองด้วยกิจกรรมการติดตามวัตถุเคลื่อนที่แบบสามมิติที่พัฒนาขึ้น สามารถเพิ่มความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้ |
| Format | PICTURE |
| URL Website | https://explore.nrct.go.th/search_detail/result/3978 |
| Date and time | 2560 |
| Website title | ห้องสมุดงานวิจัยสำหรับสาธารณะ (Extraordinary SimplPublic Library of Research Result : EXPLORE) |