สนับสนุนเนื้อหา
นพ. วีรวัฒน์ ติรนันท์มงคล ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมตกแต่ง รพ. สมิติเวช ศรีนครินทร์ ระบุว่า หน้าอกโดยธรรมชาติจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ในแง่ของรูปทรงหน้าอกนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิมด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของวัย การลดน้ำหนัก กรรมพันธุ์ การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร การทำกิจกรรมที่หักโหมหรือออกกำลังกายโดยไม่ได้ใช้เสื้อผ้าซัพพอร์ต ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ทำให้ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและผิวหนังลดลงเป็นสาเหตุของความหย่อนคล้อย ส่วนหน้าอกที่มีขนาดใหญ่เกินไปนั้นมักมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนและพันธุกรรม
หน้าอกที่มีขนาดและรูปทรงที่ไม่สวยงาม หรือ หน้าอกที่หย่อนคล้อย ย่อมส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจในรูปร่าง การเข้าสังคม การเลือกเสื้อผ้า การออกกำลังกาย รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวัน การผ่าตัดยกกระชับหน้าอก เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับรูปทรงหน้าอกที่หย่อนคล้อยให้กลับมาดูดีโดยการตัดหนังส่วนเกินออก จัดแต่งรูปทรง ย้ายหัวนมให้กลับขึ้นมาในตำแหน่งที่เหมาะสม รวมถึงการลดขนาดลานนมให้เล็กลง การผ่าตัดนี้มีเทคนิคที่หลากหลาย เช่น
แพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถให้คำปรึกษา วิเคราะห์และเลือกวิธีการผ่าตัดได้อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เสริมสร้างความมั่นใจให้แก่สาวๆ
1. ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย ที่เกิดจากอายุที่มากขึ้น หลังการลดน้ำหนัก หลังคลอด
2. ผู้ที่หัวนมอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปกติ
3. คุณแม่ที่มีปัญหาหน้าอกยานเนื่องจากให้นมบุตร
4. ผู้ที่มีสุขภาพดี มีสุขภาพจิตปกติ มีความคาดหวังผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล
5. มีอายุมากกว่า 20 ปี (หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีจดหมายยินยอมจากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลตามกฎหมาย)
6. ผู้ที่ไม่ได้กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
7. ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด เช่น โรคที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (Hemophilia) โรคที่มีความผิดปกติของการหายของแผล (Ehlers-Danlos Syndrome)
8. หากต้องการลดน้ำหนัก ควรลดน้ำหนักให้ได้ตามที่ต้องการก่อนที่จะเข้ารับการทำศัลยกรรมเต้านม
หญิงหลายคนอาจมีความต้องการให้หน้าอกของตนมีขนาดใหญ่ขึ้น ในทางตรงกันข้ามก็มีผู้หญิงอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการให้ขนาดหน้าอกของตนเล็กลง เพราะหน้าอกที่มีขนาดใหญ่ส่งผลต่อความมั่นใจในรูปร่าง การเข้าสังคม การเลือกเสื้อผ้า กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลังและปัญหาเรื่องความอับชื้น การผ่าตัดลดขนาดหน้าอกจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้หญิงที่มีขนาดหน้าอกใหญ่
การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก (Breast Reduction) คืออะไร
การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก คือ การผ่าตัดเพื่อปรับลดขนาดหน้าอก ขนาดลานนม ให้กลับมาสมส่วนและได้รูปทรงที่สวยงาม ซึ่งการผ่าตัดนี้มีเทคนิคที่หลากหลายเพื่อลดขนาดเนื้อเต้านมเดิม และอาจมีการ การย้ายเนื้อเยื่อของตนเอง หรืออาจใช้เต้านมเทียมขนาดเล็ก เพื่อเติมเต็มส่วนเนินอก อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยวิเคราะห์และเลือกวิธีการผ่าตัดให้เหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
โดยผู้ที่ต้องการลดขนาดหน้าอกส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่มีหน้าอกขนาดใหญ่ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากฮอร์โมนและพันธุกรรม
1. ผู้ที่มีขนาดหน้าอกใหญ่และมีรูปทรงหน้าอกที่ไม่พึงพอใจ
2. ผู้ที่มีปัญหาปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง และปัญหาเรื่องความอับชื้นจากหน้าอกใหญ่
3. ผู้ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือหากต้องการลดน้ำหนักควรลดน้ำหนักให้ได้ตามที่ต้องการก่อนทำการศัลยกรรมลดขนาดหน้าอก
4. ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด เช่น โรคที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (Hemophilia) โรคที่มีความผิดปกติของการหายของแผล (Ehlers-Danlos Syndrome)
5. ผู้ที่ไม่ได้กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
6. ผู้ที่มีสุขภาพดี มีสุขภาพจิตปกติ มีความคาดหวังผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล
7. มีอายุมากกว่า 20 ปี (หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีจดหมายยินยอมจากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลตามกฎหมาย)
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงแต่ไม่ใช่ว่าความเสี่ยงเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับทุกคน แพทย์จะให้คำปรึกษาและประเมินความเสี่ยง ให้โอกาสในการซักถามข้อสงสัย จากนั้นจึงร่วมกันในการตัดสินใจในการผ่าตัด
1. ในด้านรอยแผลเป็น หากไม่มีประวัติแผลเป็นประเภทคีลอยด์มาก่อน มักจะได้รับผลลัพธ์ที่เรียบเนียน ซ่อนในตำแหน่งที่เหมาะสม
2. ในด้านรูปทรงอาจไม่เป็นไปตามต้องการ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย แต่แพทย์ที่มีประสบการณ์ จะสามารถให้คำแนะนำและออกแบบการผ่าตัดให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตรงตามความต้องการ
3. ความเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนในการหายของแผล (Wound complications) และความผิดปกติของหัวนม เช่น การชา (Numbness) หรือขาดเลือดมาเลี้ยง (Nipple Necrosis) ซึ่งมักพบในคนที่สูบบุหรี่จัด ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น แต่หากควบคุมอาการได้ดีก็ไม่ใช่ข้อห้ามในการผ่าตัด
6 เดือน ก่อนการผ่าตัด
3 เดือน ก่อนการผ่าตัด
4 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
10 วัน ก่อนการผ่าตัด
นอกจากคำแนะนำข้างต้นแล้ว ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดขนาดหน้าอก ความเสี่ยง ผลลัพธ์ รวบรวมคำถามที่ไม่เข้าใจ ปรึกษาแพทย์ พูดคุยถึงความคาดหวังหลังการผ่าตัดศัลยกรรมกับแพทย์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :นพ. วีรวัฒน์ ติรนันท์มงคล ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมตกแต่ง รพ. สมิติเวช ศรีนครินทร์
ขอบคุณที่มา : https://www.sanook.com/health/33601/