"กลิ่นปาก" สัญญาณอันตรายบอกโรค

สนับสนุนเนื้อหา

กรมการแพทย์ โดยสถาบันทันตกรรมเตือน กลิ่นปาก เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสุขภาพช่องปาก ฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคทางระบบอื่นๆ ควรใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึง กลิ่นปาก เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้หลายคนเสียความมั่นใจ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง โดยกลิ่นปากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในปาก ทำการย่อยสลายสารประกอบประเภทโปรตีนที่ตกค้างอยู่ในช่องปากและลำคอ เมื่อมีการย่อยสลาย เศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามส่วนต่างๆของช่องปากจะส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้นได้ 

นอกจากนี้สาเหตุของกลิ่นปากยังพบได้จากปัญหาอื่นๆ ในช่องปาก เช่น 

1.  ฟันผุเป็นรูลึก 

2.  ภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย 

3.  ไซนัส 

4.  ต่อมทอนซิล 

5.  โรคปอด 

6.  โรคเบาหวาน 

7.  โรคมะเร็ง 

8.  โรคกระเพาะอาหารอักเสบ 

9.  สูบบุหรี่ 

10.  กินอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม เครื่องเทศ หัวหอม เป็นต้น 

ควรใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และหากพบปัญหาควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและแก้ไข

"กลิ่นปาก" สัญญาณอันตรายบอกโรค

ทันตแพทย์หญิงสุมนา โพธิ์ศรีทอง ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหากลิ่นปาก สาเหตุที่สำคัญและพบได้บ่อยที่สุด คือ 

  • ปัญหาสุขภาพภายในช่องปาก จากการที่มีเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน ลิ้น ร่องเหงือก และบริเวณฟันผุเป็นรูลึก อีกทั้งการเป็นโรคปริทันต์อักเสบ มักมีคราบฟันและหินปูนสะสม ที่เกิดจากการทำความสะอาดช่องปากที่ไม่ทั่วถึง ทำให้กลิ่นปากรุนแรงยิ่งขึ้น 
  • ภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย ก็ทำให้การชะล้างจุลินทรีย์และเศษอาหารได้น้อยลง เกิดการหมักหมมได้มากขึ้น ซึ่งการที่มีน้ำลายน้อยอาจมีสาเหตุมาจากสภาวะของร่างกายเอง ผลจากยาที่ทานประจำ หรือการดื่มน้ำไม่เพียงพอ 

นอกเหนือจากสาเหตุภายในช่องปากแล้วกลิ่นปากอาจเกิดจากสาเหตุภายนอกช่องปากได้เช่นกัน เช่น 

  • ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากการมีน้ำมูกไหลลงคอทางด้านหลังโพรงจมูก 
  • มีเศษอาหารติดอยู่ตามร่องของต่อมทอนซิล 
  • โรคเกี่ยวการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายการรับประทานที่มีกลิ่น ซึ่งสามารถขับออกมาทางลมหายใจ เช่น กระเทียม ทุเรียน หัวหอม เครื่องเทศ 
  • ผู้ที่ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน

การป้องกันและแก้ไขปัญหากลิ่นปาก

ควรหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และทำการแก้ไข การใช้เพียงน้ำยาบ้วนปากหรือลูกอมเพื่อระงับกลิ่นปากนั้นทำได้เพียงชั่วคราว ควรดูแลทำความสะอาดช่องปากให้ทั่วถึง รวมทั้งร่องลึกบนลิ้นและโคนลิ้น หากมีฟันปลอมก็ควรถอดล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอไม่ปล่อยให้ปากแห้ง และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก ทำการรักษาฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบขูดหินปูน รวมทั้งรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลช่องปากอย่างถูกวิธี

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ขอบคุณที่มา : https://www.sanook.com/health/33913/