รหัสดีโอไอ 10.14457/TU.the.2019.1467
Title กระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว
Creator ณัฐกิตติมา จิตรานุเคราะห์
Contributor สุพิณ เกชาคุปต์, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2562
Keyword กระบวนการคัดเลือกบุคคล ,ผู้พิพากษาสมทบ ,ศาลเยาวชนและครอบครัว ,Personnel selection process ,Lay judge ,Juvenile and Family Court
Abstract การวิจัยเรื่อง “กระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาคุณสมบัติและกระบวนการในการคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวตามระเบียบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2554 กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว 2) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้พิพากษา บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาสมทบ และผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนากระบวนการคัดเลือกและคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวในการศึกษาถึง “กระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว” ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ ประกอบด้วย การตั้งประเด็นคำถามประกอบการสัมภาษณ์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi Structure Interview) โดยผู้วิจัยกำหนดประเด็นคำถามในการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Information) และได้สอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอแนะด้านอื่น ๆ ที่ผู้ให้สัมภาษณ์มีความคิดเห็นต่อคุณสมบัติและกระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครอบครัว ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง บุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง รวมเป็น 30 ราย(2) จากการศึกษา พบว่า ประเด็นการศึกษาคุณสมบัติและกระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวที่กำหนดไว้ทุกกลุ่มเห็นด้วยกับข้อกำหนดต่าง ๆ ที่กฎหมายได้กำหนดไว้แต่แรกแล้วตามระเบียบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าเหมาะสมดีแล้ว เนื่องจากมีกระบวนการคัดกรองบุคคลที่ใช้เครื่องมือในการตรวจสอบอย่างรอบคอบ ได้แก่ การตรวจสอบประวัติทางคดีความต่าง ๆ การสอบถามประวัติและความประพฤติจากบุคคลอื่น ๆ เป็นต้น ทำให้ศาลเยาวชนและครอบครัวได้ผู้พิพากษาสมทบที่ไม่มีประวัติคดีกระทำความผิดต่อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้วก็อาจยังมีบุคคลที่สมัครเข้ามาเป็นผู้พิพากษาสมทบ มีเจตนาอื่นเพื่อหวังจะได้ผลประโยชน์จากศาล เช่น การมีหน้ามีตาในสังคม การหวังเกียรติยศและชื่อเสียง สิ่งเหล่านี้มิได้เป็นความผิดอย่างร้ายแรงตราบใดที่บุคคลผู้นั้นยังทำประโยชน์เพื่อเด็กและเยาวชนได้ และไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียใด ๆ ให้แก่ศาลเยาวชนและครอบครัว ข้อเสนอแนะในการพัฒนาให้กระบวนการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นได้แก่ 1) การพ้นจากตำแหน่งอายุไม่เกิน 75 ปีบริบูรณ์ ตามอายุบัตรประชาชน อาจจะต้องทำการพิจารณาใหม่ เพราะจะทำให้ขาดบุคลากรในการปฏิบัติงาน ควรจะพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งพร้อมกับผู้พิพากษาสมทบที่ครบวาระในการดำรงตำแหน่งสมัยนั้น ๆ 2) เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจศาลเยาวชนและครอบครัวควรจะประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดให้มีบุคคลเข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้น และเพิ่มแรงจูงใจโดยการให้รางวัลแก่ผู้พิพากษาสมทบที่มีผลงานโดดเด่น มีความประพฤติ ปฏิบัติตัวภายใต้วินัยและจริยธรรมของผู้พิพากษาสมทบอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดึงดูดให้มีบุคคลหลายหลากเข้ามาช่วยงานมากขึ้น และเพื่อเป็นการรักษาผู้พิพากษาสมทบที่มีเจตนาดีมีประสบการณ์สามารถแก้ไขปัญหาเด็กเยาวชนและคดีครอบครัวให้อยู่ช่วยงานศาลยาวนาน 3) พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีเจตนาความเป็นจิตอาสาอย่างแท้จริง อาทิเช่น มีทัศนคติในทางที่เป็นบวก มีอาชีพสุจริต อยู่ในระเบียบวินัย หรือไม่คาดหวังจะได้ค่าตอบแทนหรือคาดหวังในสิ่งตอบแทนอื่นใด 4) ในด้านกระบวนการคัดเลือกควรจะมีการคัดเลือกบุคคลที่มีความหลายหลากเป็นอันดับแรก เพราะความหลายหลากจะทำให้มีพลังในการช่วยเด็กและเยาวชน และเป็นบุคคลที่จะต้องเหลือใจ เหลือเวลา และก็เหลือเงิน ไม่ใช่ต้องมีมากที่เหลือ คือ การที่จะมาทำงานด้านจิตอาสา ทำงานด้านสังคมสงเคราะห์จะต้องพร้อมในสิ่งเหล่านี้ 5) ควรจะมีการสัมมนาสังเกตพฤติกรรมของบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งควรจะจัดให้อยู่ในกระบวนการหลังจากผ่านขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์และก่อนเสนอชื่อให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ระยะเวลาควรจะประมาณ 5 วัน และเป็นการจัดนอกสถานที่ คือให้ไปพักค้างคืนและไม่อนุญาตให้เดินทางไปกลับโดยที่ไม่มีเหตุสุดวิสัย ทั้งนี้คณะกรรมการในการคัดเลือกควรจะอยู่ในกระบวนนั้น ๆ ด้วย ขั้นตอนนี้มีความสำคัญจะทำให้คณะกรรมการได้สังเกตเห็นพฤติกรรม และการแสดงออกของบุคคลถึงเจตนาและความพร้อมในการปฏิบัติงาน 6) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางควรจะสร้างความรู้ในเรื่องวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้พิพากษาสมทบสม่ำเสมอและต่อเนื่อง อาทิเช่น การสร้างความรู้เรื่องเทคนิคและจิตวิทยาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เทคนิควิทยาการให้คำปรึกษาแนะนำ เทคนิคและจิตวิทยาการประสานการประชุม และการเยียวยาผู้เสียหาย เป็นต้น เพื่อสร้างให้ผู้พิพากษาสมทบได้พัฒนาตนเองให้มีความรู้ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความรู้ไปสู่การแก้ไขปัญหาเด็กเยาวชน ผู้เสียหาย และคดีครอบครัว
ดิจิตอลไฟล์ Digital File #1

บรรณานุกรม

ณัฐกิตติมา จิตรานุเคราะห์ และผู้แต่งคนอื่นๆ. (2562) กระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์:ม.ป.ท.
ณัฐกิตติมา จิตรานุเคราะห์ และผู้แต่งคนอื่นๆ. 2562. กระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์;
ณัฐกิตติมา จิตรานุเคราะห์ และผู้แต่งคนอื่นๆ. กระบวนการในการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2562. Print.