รหัสดีโอไอ 10.14457/TU.the.2019.1325
Title บทบาทและการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในกระบวนนโยบาย: กรณีศึกษา ป่าแหว่ง บริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
Creator กนกวรรณ แสนศรี
Contributor ศิกานต์ อิสสระชัยยศ, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2562
Keyword ภาคประชาสังคม ,เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ,กระบวนนโยบาย ,หลักการบริหารราชการแผ่นดินแบบมีส่วนร่วม ,Civil society sector ,Doi Suthep Forest Reclamation Network (DSFRN) ,Policy process ,Participatory government administration principles
Abstract การศึกษาเรื่องบทบาทและการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในกระบวนนโยบาย กรณีศึกษา ป่าแหว่ง บริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาการนิยามปัญหาและการรับรู้ปัญหาของเครือข่ายภาคประชาสังคม 2) เพื่อศึกษาบทบาทและการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม 3) เพื่อศึกษายุทธวิธีในการร่วมกันผลักดันปัญหาเข้าสู่กระบวนนโยบาย และ 4) เพื่อศึกษาบทบาทของรัฐในการจัดการปัญหาและตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม กรณีศึกษา ป่าแหว่ง บริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการศึกษา เชิงคุณภาพและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกแบบเจาะจง โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ให้ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 2) ผู้นำหรือแกนนำในการเคลื่อนไหว 3) กลุ่มองค์กรเครือข่าย ความร่วมมือต่างๆ รวมถึงนักวิชาการในจังหวัดเชียงใหม่ที่ร่วมกันเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชน และ 4) กลุ่มหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องพบการศึกษาพบว่าบทบาทการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมและภาคประชาชนที่เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนไหวทางสังคมร่วมกันนำมาสู่การจัดตั้งเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวขับเคลื่อนและกุญแจที่สำคัญในการผลักดันปัญหาดังกล่าวให้กลายเป็นประเด็นทางสังคมมีภาครัฐต้องหาทางแก้ไขและการหาทางออกร่วมกัน อีกทั้งยุทธวิธีของเครือข่าย ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพที่ใช้ในการเคลื่อนไหวทางสังคมนั้น ประกอบด้วยการรวมกลุ่มเครือข่าย ทางสังคม เครือข่ายสังคมออนไลน์ การส่งหนังสือถึงหน่วยงานราชการ การเดินเท้าเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น การชุมนุมประท้วง การจัดกิจกรรมเดินป่า การจัดริ้วขบวน การปั่นจักรยาน การผูกริบบิ้นสีเขียวรอบต้นไม้บริเวณรอบ ตัวเมืองเชียงใหม่ การถือผ้าสีเขียวประกอบการเดินขบวนประท้วง การเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง พิธีสืบชะตาและบวชป่า การประกอบพิธีกรรมฌาปนกิจศพ และการแต่งเพลงพื้นเมือง รวมถึงเงื่อนไขความสำเร็จในการผลักดันปัญหาเข้าสู่กระบวนนโยบายนั้น พบว่า ภาวะผู้นำการเคลื่อนไหวและบทบาทการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพมีความสำคัญอย่างมากในการร่วมกันผลักดันปัญหากรณีป่าแหว่งดังกล่าวเข้าสู่กระบวนนโยบาย นอกจากนี้ยังนำมาสู่วิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและทางออกสำหรับเรื่องนี้ของภาครัฐ ซึ่งบทบาทของรัฐในที่นี้หมายถึงภาครัฐบาลอันมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ 1) แต่งตั้งให้นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนในการเจรจาแก้ไขปัญหาบ้านพัก ตุลาการเชิงดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ 2) จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินการในส่วนสิ่งปลูกสร้างและการฟื้นฟูสภาพป่า คือ คณะอนุกรรมการฟื้นฟูป่า คณะกรรมการเพื่อดำเนินการกับสิ่งปลูกสร้าง และคณะทำงานจากส่วนกลางเพื่อคอยกำกับดูแล 3) มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีผู้เข้าพักอาศัยในบ้านพักเดี่ยว 45 หลัง โดยมอบหมายให้จังหวัดเชียงใหม่ กรมธนารักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มณฑลทหารบกที่ 33 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ประสานงานกับสำนักงานศาลยุติธรรมฟื้นฟูให้เป็นป่าที่สมบูรณ์ และ 4) มีคำสั่งให้ย้ายสถานที่ก่อสร้างศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่อยู่อาศัย ไปยังศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย จากผลการศึกษามีข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อภาครัฐ กล่าวคือ สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำหรับโครงการ/กิจกรรมใหม่จากความตื่นตัวด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และ Social Media สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางยุทธวิธีการเคลื่อนไหวเพื่อกดดัน เรียกร้อง และต่อต้าน นโยบาย มาตรการ โครงการ และกิจกรรมต่างๆ จากรัฐได้ง่ายและมีพลังมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การดำเนินโครงการใดๆ ของรัฐในประเด็นที่มีความเปราะบางและสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความขัดแย้งจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐต้องคำนึงถึงการดำเนินการภายใต้หลักการบริหารราชการแผ่นดินแบบมีส่วนร่วม (Participatory Governance) คำนึงถึงสิทธิชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียมากกว่าความชอบธรรมทางกฎหมายของรัฐหรือหน่วยงานรัฐ
ดิจิตอลไฟล์ Digital File #1

บรรณานุกรม

กนกวรรณ แสนศรี และผู้แต่งคนอื่นๆ. (2562) บทบาทและการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในกระบวนนโยบาย: กรณีศึกษา ป่าแหว่ง บริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์:ม.ป.ท.
กนกวรรณ แสนศรี และผู้แต่งคนอื่นๆ. 2562. บทบาทและการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในกระบวนนโยบาย: กรณีศึกษา ป่าแหว่ง บริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์;
กนกวรรณ แสนศรี และผู้แต่งคนอื่นๆ. บทบาทและการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมในกระบวนนโยบาย: กรณีศึกษา ป่าแหว่ง บริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2562. Print.