รหัสดีโอไอ 10.14457/TU.the.2019.1243
Title การออกเสียงลงคะแนนในการประชุมร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
Creator ภาณุพันธุ์ วรรณพานิชย์
Contributor อานนท์ มาเม้า, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2562
Keyword การออกเสียงลงคะแนน ,การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ,สภาผู้แทนราษฎร ,วุฒิสภา ,รัฐสภา ,การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ,การเปลี่ยนแปลงทางรัฐธรรมนูญ ,Voting ,Joint session of parliament ,Joint sitting of parliament ,Congress of parliament ,House of representatives ,Senate ,National assembly ,Parliament ,Constitutional amendment ,Constitutional change
Abstract วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในการประชุมร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยได้ศึกษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่เกี่ยวข้อง และเปรียบเทียบกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญของประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย และญี่ปุ่น เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาสำหรับประเทศไทยต่อไปผลการศึกษาพบว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดให้การพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้กระทำโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมา 2 ประการ คือ ประการแรก สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่างก็จะถูกลดทอนอำนาจตามฐานะขององค์กร และประการที่สอง ทำให้รัฐธรรมนูญอาจถูกแก้ไขเพิ่มเติมได้ง่ายกว่ากฎหมายธรรมดา นอกจากนั้นแล้ว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ยังได้กำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาตามมา 2 ประการคือ ประการแรก หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการอ้างแนวคิดเรื่องการคุ้มครองเสียงข้างน้อยที่ไม่ถูกต้อง และประการที่สอง หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีช่องว่างที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมอาจผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาไปได้ทั้ง ๆ ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านเห็นชอบด้วยไม่ถึงร้อยละ 20 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้เสนอแนะให้นำแนวทางของประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย และญี่ปุ่นมาปรับใช้ ซึ่งสามารถกำหนดเป็นข้อเสนอแนะได้ 3 ประการดังนี้คือ ประการแรก กำหนดให้การพิจารณาและให้ความเห็นชอบแก่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมกระทำโดยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแยกต่างหากจากกันแทนที่จะกระทำโดยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ประการที่สอง กำหนดให้วุฒิสภาไม่มีอำนาจในการทำให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมตกไป โดยหากวุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีผลเพียงแค่เป็นการยับยั้งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไว้ก่อนเท่านั้น และประการที่สาม ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์ที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และกำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภานั้น ๆ
ดิจิตอลไฟล์ Digital File #1

บรรณานุกรม

ภาณุพันธุ์ วรรณพานิชย์ และผู้แต่งคนอื่นๆ. (2562) การออกเสียงลงคะแนนในการประชุมร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์:ม.ป.ท.
ภาณุพันธุ์ วรรณพานิชย์ และผู้แต่งคนอื่นๆ. 2562. การออกเสียงลงคะแนนในการประชุมร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์;
ภาณุพันธุ์ วรรณพานิชย์ และผู้แต่งคนอื่นๆ. การออกเสียงลงคะแนนในการประชุมร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2562. Print.