รหัสดีโอไอ 10.14457/TU.the.2014.702
Title รัฐไทยกับการใช้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉิน: ศึกษากรณีการประกาศใช้ พระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในช่วง พ.ศ. 2552 – 2553
Creator สราวุธ ทับทอง
Contributor วรรณภา ติระสังขะ, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2557
Keyword พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ,อำนาจฉุกเฉิน ,กฎหมายความมั่นคง ,Decree on public administration in emergency situation A.D. 2005 ,Emergency power ,Security laws
Abstract อำนาจพิเศษหรืออำนาจฉุกเฉินถือว่ามี “ความจำเป็น” ต่อรัฐในสถานการณ์ทางการเมืองอันไม่ปรกติอันเนื่องด้วยอำนาจรัฐตามกฎหมายธรรมดาไม่สามารถบริหารจัดการ แก้ไข ฟื้นฟูและคลี่คลายสถานการณ์เหล่านั้นให้กลับคืนสู่ความเป็นปรกติสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ด้วยความจำเป็นเช่นว่านี้ดังสะท้อนให้เห็นได้จากระบบกฎหมายความมั่นคงในนานาประเทศที่ต่างมีบังคับใช้หรือแม้กระทั่งในระดับสนธิสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับต่างได้บัญญัติถึงสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อเป็นกรอบและแนวทางปฏิบัติทั่วไปในระดับสากล อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองอันไม่ปรกติและรัฐได้มีการประกาศบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงนั้นมิใช่ว่าอำนาจรัฐจะมีอยู่อย่างไม่จำกัดแต่ในขณะเดียวกันบรรดาการใช้อำนาจเหล่านั้นจะต้องเป็นไปอย่างได้สัดส่วนพอเหมาะพอควรกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ดำรงอยู่จริง ยิ่งไปกว่านั้นคือจะต้องส่งผลกระทบกระเทือนหรือสร้างความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลและสังคมส่วนรวมน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ เพื่อให้บรรดาการใช้อำนาจพิเศษเหล่านั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความจำเป็นต้องให้องค์กรอื่น ๆ เช่น องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ องค์กรตุลาการ ฯลฯ เข้ามาตรวจสอบ ถ่วงดุลและควบคุมดุลยพินิจของรัฐในการประกาศฯ และบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง เมื่อพิจารณาในกรณีของประเทศไทยพบว่าระบบกฎหมายความมั่นคงมีบังคับใช้จำนวนทั้งสิ้น 3 ฉบับ คือ (1) พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 (2) พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และ (3) พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเจตนารมณ์ของกฎหมายทั้ง 3 ฉบับข้างต้นพบว่าถูกบัญญัติภายใต้บริบททางการเมืองและมีจุดประสงค์ของการบังคับใช้ที่แตกต่างกันสำหรับวิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งศึกษาถึงสภาพปัญหาต่าง ๆ ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ทั้งในเชิงตัวบทและความเหมาะสมในการประกาศบังคับใช้กับสถานการณ์ทางการเมืองโดยนำสถานการณ์ทางการเมืองในระหว่างปี พ.ศ. 2552 - 2553 มาเป็นกรณีศึกษา อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาวิเคราะห์พบสภาพปัญหาที่สำคัญคือบทบัญญัติของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีความขัดแย้งต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมและหลักประชาธิปไตยอย่างร้ายแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างการใช้อำนาจ ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุล ข้อกำหนดในการจำกัดสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากสถิติการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเฉพาะในส่วนกลางพบว่าพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ได้กลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐไทยในการประหัตประหารขั้วตรงข้ามทางการเมืองมาโดยตลอด กล่าวคือ รัฐมีการประกาศฯ กับกรณีการชุมนุมทางการเมืองในทุกครั้ง ด้วยสภาพปัญหาเช่นว่านี้ จึงมีข้อเสนอแนะที่สำคัญทั้งในเชิงกฎหมายและการเมือง ดังนี้ ประการแรก สมควรมีการแก้ไขปรับปรุงพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อให้โครงสร้างอำนาจของพระราชกำหนดฯ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งในทางการเมืองและกฎหมายโดยรัฐสภาและองค์กรตุลาการ สำหรับการแก้ไขปรับปรุงพระราชกำหนดฯ เช่น องค์กรผู้มีอำนาจในการประกาศฯ องค์กรในการควบคุม ถ่วงดุล และตรวจสอบการใช้อำนาจ ข้อกำหนดในการจำกัดสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น ประการถัดมา สำหรับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐจะต้องสะท้อนให้เห็นถึงความวิกฤตของสถานการณ์ที่ดำรงอยู่จริงประกอบกับสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสภาวะที่โครงสร้างอำนาจรัฐได้ขยายครอบคลุมสังคมการเมืองและระงับซึ่งกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่เดิมเป็นการชั่วคราว ดังนั้น การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะต้องอยู่ในระยะเวลาอันสั้นเท่าที่จำเป็น นอกจากนี้ ในการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลนั้นจะต้องมีความได้สัดส่วน พอเหมาะพอควรกับสถานการณ์ทางการเมือง ยิ่งไปกว่านั้น การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะต้องไม่ถูกใช้ในฐานะที่เป็นเครื่องมือของรัฐในการต่อสู้หรือทำลายล้างขั้วตรงข้ามทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ประการที่สำคัญในทางการเมืองคือรัฐต้องตระหนักรู้ถึงการใช้อำนาจพิเศษใด ๆ นั้นต้องได้ดุลยภาพระหว่างสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคลและอำนาจรัฐเพื่อไม่ให้เขตแดนของทั้งสองเกิดสภาวะเหลื่อมล้ำต่อกัน ในท้ายที่สุดข้อเสนอแนะต่าง ๆ เหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อให้บรรดาการใช้อำนาจรัฐเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วนทั้งภายในรัฐและประชาคมโลกและเพื่อให้รัฐสามารถธำรงไว้ซึ่งระเบียบทางการเมืองและสามารถขับเคลื่อนองคาพยพทั้งมวลให้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย
ดิจิตอลไฟล์ Digital File #1

บรรณานุกรม

สราวุธ ทับทอง และผู้แต่งคนอื่นๆ. (2557) รัฐไทยกับการใช้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉิน: ศึกษากรณีการประกาศใช้ พระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในช่วง พ.ศ. 2552 – 2553. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์:ม.ป.ท.
สราวุธ ทับทอง และผู้แต่งคนอื่นๆ. 2557. รัฐไทยกับการใช้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉิน: ศึกษากรณีการประกาศใช้ พระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในช่วง พ.ศ. 2552 – 2553. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์;
สราวุธ ทับทอง และผู้แต่งคนอื่นๆ. รัฐไทยกับการใช้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉิน: ศึกษากรณีการประกาศใช้ พระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในช่วง พ.ศ. 2552 – 2553. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2557. Print.