|
การกำจัดโครเมียมและทองแดงอย่างต่อเนื่องจากน้ำเสียโรงงานผลิตแท่นพิมพ์โดยใช้วิธีการทางเคมีไฟฟ้า |
|---|---|
| รหัสดีโอไอ | |
| Title | การกำจัดโครเมียมและทองแดงอย่างต่อเนื่องจากน้ำเสียโรงงานผลิตแท่นพิมพ์โดยใช้วิธีการทางเคมีไฟฟ้า |
| Creator | ปรียา ปานทอง |
| Contributor | เขมรัฐ โอสถาพันธุ์, เจริญขวัญ ไกรยา |
| Publisher | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| Publication Year | 2558 |
| Keyword | น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกำจัดโครเมียม, Sewage -- Purification -- Chromium removal |
| Abstract | น้ำเสียจากโรงงานผลิตแท่นพิมพ์มีการปนเปื้อนของโครเมียมและทองแดงในปริมาณสูง เนื่องจากโครเมียมและทองแดงเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการผลิต งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการกำจัดโครเมียมและทองแดงออกจากน้ำเสียโรงงานผลิตแท่นพิมพ์แบบไหลต่อเนื่องด้วยวิธีเคมีไฟฟ้า ใช้แกรไฟต์เป็นขั้วแคโทดและขั้วแอโนด อัตราการไหล 5.6 มิลลิลิตรต่อนาที แบ่งการทดลองเป็น 3 ส่วน การทดลองส่วนที่ 1 ศึกษารูปแบบถังปฏิกิริยาที่เหมาะสมในการกำจัดโครเมียมและทองแดง การทดลองส่วนที่ 2 ศึกษาชนิดสารละลายอิเล็กโทรไลต์ที่เหมาะสมในการกำจัดโครเมียมและทองแดง และการทดลองส่วนที่ 3 ศึกษาความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าที่เหมาะสมในการกำจัดโครเมียมและทองแดง ผลการทดลอง การทดลองส่วนที่ 1 ถังปฏิกิริยาแบบกั้นซ้าย-ขาวสามารถกำจัดโครเมียมและทองแดงออกจากน้ำเสียตัวอย่างให้ลดลงจนผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมที่อนุญาตให้ค่าความเข้มข้นของโครเมียมและทองแดงมีได้ไม่เกิน 0.25 และ 2.00 มิลลิกรัมต่อลิตร ภายใน 20 และ 30 นาที ตามลำดับ ซึ่งถังปฏิกิริยาแบบกั้นซ้าย-ขาวสามารถกำจัดโครเมียมและทองแดงออกจากน้ำเสียตัวอย่างได้เร็วกว่าถังปฏิกิริยาแบบกั้นบน-ล่าง ดังนั้นจึงเลือกถังปฏิกิริยาแบบกั้นซ้าย-ขวาในการกำจัดโครเมียมและทองแดงออกจากน้ำเสียตัวอย่าง การทดลองส่วนที่ 2 เลือกใช้โซเดียมคลอไรด์ความเข้มข้น 0.5 โมลต่อลิตร เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์ เนื่องจากเมื่อใช้โซเดียมคลอไรด์ความเข้มข้น 0.5 โมลต่อลิตร เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์สามารถกำจัดโครเมียมและทองแดงได้เร็วกว่าใช้น้ำประปาและน้ำเสียโรงงานผลิตแท่นพิมพ์ และการทดลองส่วนที่ 3 เพื่อเป็นการลดพลังงานและค่าใช้จ่ายในการกำจัดโครเมียมและทองแดงออกจากน้ำเสียตัวอย่างจึงเลือกให้ความหนาแน่นกระแสไฟฟ้าในช่อง 2, 3 และ 4 เป็น 7, 5 และ 0 แอมแปร์ต่อตารางเมตร ตามลำดับ |
| URL Website | cuir.car.chula.ac.th |