รหัสดีโอไอ 10.14457/TU.the.2017.1253
Title ปัญหาสถานะทางกฎหมายของเบี้ยปรับ
Creator กมลศิริ ประทายนอก
Contributor กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง, ที่ปรึกษา
Publisher มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Publication Year 2560
Keyword เบี้ยปรับ ,ข้อกำหนดค่าเสียหายล่วงหน้า ,ค่าเสียหาย ,สัญญาอุปกรณ์ ,คำมั่น ,Stipulated penalty ,Liquidated damages ,Damages ,Accessory contract ,Unilateral promise
Abstract วิทยานิพนธ์เล่มนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาถึงประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของเบี้ยปรับใน 3 ประเด็น ได้แก่ เบี้ยปรับเป็นค่าเสียหายหรือไม่ เบี้ยปรับเป็นสัญญาอุปกรณ์หรือไม่และเบี้ยปรับเป็นคำมั่นหรือไม่ จากการศึกษาโดยพิจารณาหลักกฎหมายเรื่องเบี้ยปรับของเหล่ากฎหมายที่มีการบังคับตามเบี้ยปรับ ได้แก่ กฎหมายไทย กฎหมายเยอรมันอันเป็นกฎหมายต้นร่างของกฎหมายไทยในเรื่องนี้และแนวทางกฎหมายร่วมของยุโรปอย่าง DCFR เพื่อศึกษาธรรมชาติที่มีร่วมกันของเบี้ยปรับ กอปรกับการเปรียบเทียบกับหลักแนวคิดเกี่ยวกับเบี้ยปรับของกฎหมายที่ไม่มีการบังคับเบี้ยปรับอย่างอังกฤษ เพื่อช่วยให้เห็นธรรมชาติของเบี้ยปรับชัดเจนยิ่งขึ้นนั้น ส่งผลให้ในประเด็นแรกผู้เขียนเห็นว่าเบี้ยปรับไม่ได้มีลักษณะเป็นค่าเสียหายที่เน้นหน้าที่ในการเยียวยาเจ้าหนี้ให้ได้รับการคุ้มครองตามความเป็นจริงแต่ถ่ายเดียวเท่านั้น แท้จริงแล้วเบี้ยปรับมีลักษณะเป็นข้อสัญญาที่กำหนดจำนวนเงินหรือการชำระหนี้อย่างอื่นที่ลูกหนี้จะต้องให้แก่เจ้าหนี้ เมื่อลูกหนี้ไม่ปฏิบัติการชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เบี้ยปรับเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นใหม่ตามสัญญามีหน้าที่ทั้งในเชิงลงโทษลูกหนี้อันเป็นหน้าที่ดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมันและหน้าที่เยียวยาค่าเสียหายแก่เจ้าหนี้ในลักษณะที่ไม่เคร่งครัดเหมือนหลักกฎหมายเรื่องค่าเสียหาย เช่น ไม่ต้องการภาระพิสูจน์ จำนวนที่ได้กว้างขวางกว่าค่าเสียหายตามกฎหมาย ไม่ต้องอาศัยอำนาจศาลเข้ามากำหนดจำนวน เป็นต้น โดยที่หน้าที่ทั้งสองนี้ต่างมีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่หน้าที่ลงโทษของเบี้ยปรับเป็นเงื่อนไขให้เกิดสิทธิของเจ้าหนี้ในการริบหรือเรียกเบี้ยปรับตามจำนวนที่กำหนดไว้เมื่อมีการไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้อง แม้เจ้าหนี้ไม่เสียหายก็ยังคงเรียกเบี้ยปรับได้ ในขณะที่หน้าที่เยียวยาความเสียหายจะปรากฏให้เห็นชัดเมื่อศาลใช้อำนาจในการปรับลดเบี้ยปรับ ทั้งนี้หน้าที่เยียวยาไม่เป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดสิทธิของเจ้าหนี้ในการเรียกเบี้ยปรับจึงกล่าวได้ว่าหน้าที่เยียวยาไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์เริ่มแรกของเบี้ยปรับแต่เป็นวัตถุประสงค์รองเท่านั้น อันแตกต่างจากหลักกฎหมายของอังกฤษที่ข้อกำหนดจำนวนในลักษณะเดียวกันมีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเป็นค่าเสียหายเท่านั้น หากข้อกำหนดนั้นมีจำนวนที่สูงในลักษณะเป็นการลงโทษลูกหนี้แล้วถือเป็นเบี้ยปรับใช้บังคับไม่ได้ นอกจากนี้เบี้ยปรับอาจมีหน้าที่สำคัญในการจำกัดจำนวนค่าเสียหายอีกด้วย ประเด็นที่สองผู้เขียนเห็นว่าเบี้ยปรับโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นสัญญาอุปกรณ์ประกอบกับหนี้ประธานอื่น ๆ ทั้งนี้พิจารณาตามบทบัญญัติที่กล่าวว่าเบี้ยปรับนั้นจะบังคับได้ต่อเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติมาตรา 379 ถึงมาตรา 382 และมาตรา 384 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าหากหนี้ที่เบี้ยปรับเข้าไปเกี่ยวข้องไม่สมบูรณ์เบี้ยปรับก็เป็นอันไม่สมบูรณ์ตามไปด้วย อย่างไรก็ตามเบี้ยปรับตามมาตรา 383 วรรคสองอันเป็นเบี้ยปรับในกรณีที่ไม่มีหนี้ประธานระหว่างกันนั้นกลับไม่มีลักษณะเป็นสัญญาอุปกรณ์ เนื่องจากเบี้ยปรับดังกล่าวเป็นการตกลงในระหว่างที่ยังไม่มีหนี้ต่อกันมาก่อน โดยผู้เขียนเห็นว่าเบี้ยปรับนี้ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาฝ่ายเดียวแบบ Stipulatio ตามกฎหมายโรมัน แม้กฎหมายไทยจะรับแนวคิดเกี่ยวกับเบี้ยปรับมาจากกฎหมายเยอรมันที่ได้รับอิทธิพลมาจากกฎหมายโรมันอีกทอดหนึ่งก็ตาม และประเด็นที่สามผู้เขียนเห็นว่าเบี้ยปรับตามมาตรา 383 วรรคสองเท่านั้นมีสถานะเป็นคำมั่นฝ่ายเดียว เนื่องจากคำมั่นฝ่ายเดียวสามารถก่อให้เกิดหนี้ได้ตามกฎหมายไทยด้วยผลของการแสดงเจตนาผูกพันตนเองของลูกหนี้โดยไม่ต้องการคำสนองรับ ท้ายที่สุดแล้วผู้เขียนจึงได้เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขกฎหมายตามมาตรา 379 เพื่อประสงค์ให้เป็นบทนิยามของเบี้ยปรับที่เป็นหนี้อันเกิดจากข้อสัญญาที่จะก่อให้เกิดสิทธิแก่เจ้าหนี้ในเบี้ยปรับนั้นเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้รองรับทั้งเบี้ยปรับที่กำหนดเป็นจำนวนเงินหรือการชำระหนี้อย่างอื่นตามมาตรา 382 ด้วย โดยไม่จำต้องกำหนดไว้อย่างสัมพันธ์กับค่าเสียหายแต่อย่างใด ตลอดจนรองรับเบี้ยปรับในกรณีที่ไม่มีสัญญาตามมาตรา 383 วรรคสองที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นคำมั่นและเป็นข้อยกเว้นของความเป็นสัญญาอุปกรณ์ของเบี้ยปรับไว้เป็นวรรคสองของมาตราดังกล่าวด้วย เพื่อให้มาตรา 379 นั้นเป็นบททั่วไปครอบคลุมเบี้ยปรับทุกชนิด อีกทั้งแก้ไขบทบัญญัติมาตรา 380 วรรคสองและมาตรา 381 วรรคสองสำหรับกรณีที่กำหนดเบี้ยปรับไว้ไม่คุ้มค่าเสียหาย เพื่อให้บทบัญญัติสอดคล้องกับหน้าที่เยียวยาของเบี้ยปรับที่แตกต่างจากหลักเรื่องค่าเสียหาย ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เบี้ยปรับมีหน้าที่ในการจำกัดจำนวนค่าเสียหายด้วยอีกโสตหนึ่ง
ดิจิตอลไฟล์ Digital File #1

บรรณานุกรม

กมลศิริ ประทายนอก และผู้แต่งคนอื่นๆ. (2560) ปัญหาสถานะทางกฎหมายของเบี้ยปรับ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์:ม.ป.ท.
กมลศิริ ประทายนอก และผู้แต่งคนอื่นๆ. 2560. ปัญหาสถานะทางกฎหมายของเบี้ยปรับ. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์;
กมลศิริ ประทายนอก และผู้แต่งคนอื่นๆ. ปัญหาสถานะทางกฎหมายของเบี้ยปรับ. ม.ป.ท.:มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2560. Print.