นโยบายฉบับนี้ จัดขึ้นเพื่อใช้เป็นข้อกำหนดสำหรับการลงทะเบียนของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล ในการขอรับรหัสดีโอไอ เพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่สำหรับผู้รับบริการ และผู้ให้บริการ โดยมีเงื่อนไขและข้อตกลง ดังนี้

1. ดีโอไอ หมายถึง  ตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) (Digital Object Identifier : DOI)

2. วช. หมายถึง  สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

3. ผู้ให้บริการ หมายถึง  ศูนย์สารสนเทศการวิจัย วช.

4. ผู้ขอรับบริการ หมายถึง  หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานของรัฐ ประเภทอื่นๆ หน่วยงานเอกชน หมายถึง  สมาคม  องค์กรพัฒนาเอกชนสถาบันการศึกษาภาครัฐ สถาบันการศึกษาเอกชน นักวิจัยอิสระ และบุคคลทั่วไป

5. ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล  หมายถึง  ทรัพยากรที่สามารถจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ   

      1. สื่อสิ่งพิมพ์   ได้แก่  หนังสือ  ตำรา คู่มือ  งานแปล รายงานวิจัย วิทยานิพนธ์ บทคัดย่อ บทความทางวิชาการ บทความวารสาร โครงสร้างชุดข้อมูล ฯลฯ

      2. สื่อโสตทัศน์  ได้แก่  วีดิทัศน์ ภาพ  แผนที่  ฯลฯ

      3. สื่อดิจิทัล     ได้แก่  ซีดีรอม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ บทความวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

          ดีโอไอ คือ รหัสทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล หรือเอกสารดิจิทัล เป็นตัวบ่งชี้ถาวรของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล  ซึ่งมีเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงไฟล์ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลจากรหัสดีโอไอ มีการจัดการฐานข้อมูลเมทาดาทา (Metadata) และการอ้างถึง รหัสนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานที่ ที่ใช้จัดเก็บ หรือสิทธิการเป็นเจ้าของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลนั้น ดีโอไอเป็นเลขมาตรฐานสากลประจำทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล โดยได้รับมาตรฐานสากล ISO 26324: 2012 Information and documentation  นอกจากนี้ DOI® ยังเป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนโดยมูลนิธิ DOI นานาชาติ (The International DOI Foundation: IDF) (http://www.doi.org) ที่ก่อตั้งเมื่อปี คศ.1998

          โครงสร้างของรหัสดีโอไอ ประกอบไปด้วยสองส่วน คือ ส่วนแรก (Prefix) และส่วนเติม (Suffix) ซึ่งส่วนแรกจะขึ้นต้นด้วยเลข 10 ตามด้วยเลข 1 ชุด ตามด้วยเครื่องหมายทับ (/) และหลังเครื่องหมายทับ (/) เป็นส่วนเติม โดยสามารถใช้งานร่วมกับเลขมาตรฐานสากลอื่นๆ เช่น ISBN หรือ ISSN ได้

          ตัวอย่างรหัสดีโอไอที่ออกโดย วช.  

          doi: 10.14456/tbps.2010.13

          doi: 10.14457/CU.the.2010.1

          doi: 10.14457/KMITL.res.2012.24

เลขส่วนแรก (Prefix) วช. กำหนดใช้เลข Prefix จาก DataCite จำนวน 4 กลุ่ม ดังนี้

          10.14455   หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานรัฐประเภทอื่นๆและหน่วยงานเอกชน

          10.14456   บทความวารสาร

          10.14457   สถาบันการศึกษาภาครัฐ

          10.14458   สถาบันการศึกษาเอกชน

เลขส่วนเติม (Suffix) วช.กำหนดใช้กลุ่มเลข Suffix แบ่งย่อยตามประเภททรัพยากรที่ดำเนินการ 

ตัวอย่างเช่น 10.14457/CU.the.2014.1

          10.14457  Prefix ของหน่วยงานสถาบันการศึกษาภาครัฐ

          CU          อักษรย่อของหน่วยงานสถาบันการศึกษาภาครัฐ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

          the         ย่อมาจาก thesis (วิทยานิพนธ์)

          2014       ปี ค.ศ. ที่เผยแพร่ ในที่นี้คือปี 2014

          1            ลำดับทรัพยากรสารสนเทศตาม running no. ในที่นี้คือ ลำดับ 1

ประเภทข้อมูล Suffix

          the          วิทยานิพนธ์

          res          รายงานวิจัย

          journal     บทความวารสาร

          obj          วัตถุดิจิทัล

          


3.1 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

          วช. ได้เล็งเห็นความสำคัญของดีโอไอ  โดยเห็นชอบให้ศูนย์สารสนเทศการวิจัย ในฐานะเป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศด้านการวิจัยของประเทศ ควรเป็นผู้แทนในการดำเนินงาน เรื่อง การกำหนดตัวระบุวัตถุดิจิทัล (ดีโอไอ) ของงานวิจัยในประเทศไทย จึงได้สมัครสมาชิกเต็มรูปแบบเป็นผู้บริหารจัดการรหัสดีโอไอ ด้านการวิจัยของประเทศกับ DataCite  ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยที่จดทะเบียน (Registration Agencies (RA)) เชื่อมโยงกับ IDF เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2555  

          ดังนั้น วช. จึงมีหน้าที่ดำเนินการเรื่องการประสานงานกับ DataCite ตลอดจนเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในการเป็นสมาชิก เพื่อบริหารการให้รหัสดีโอไอในประเทศไทยแก่ผู้รับบริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเป็น ศูนย์รวมข้อมูลกลาง (Data Center) ของประเทศไทยที่ดำเนินการจัดส่งข้อมูลให้แก่ DataCite รวมถึงบริหารจัดการเมทาดาทา

 

3.2 ข้อตกลง

          1. ศูนย์สารสนเทศการวิจัย วช. เป็นศูนย์กลางในการลงทะเบียน ทำหน้าที่จัดสรรรหัสดีโอไอในส่วนแรก (Prefix) และส่วนเติม (Suffix) ให้กับผู้ขอรับบริการ ตามรูปแบบที่ วช. กำหนด

          2. ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลที่ขอรับรหัสดีโอไอ ควรมีประโยชน์ในการค้นคว้าอ้างอิง 

          3. รหัสดีโอไอจะไม่มีความซ้ำซ้อนกัน และรหัสดีโอไอ 1 หมายเลข กำหนดใช้สำหรับทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล หรือวัตถุดิจิทัล 1 ชิ้นงานเท่านั้น

          4. ผู้ขอรับบริการจะต้องระบุตัวตนโดยสมัครสมาชิกกับ วช. 

          5. ผู้ขอรับบริการต้องเป็นผู้ประกันความน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยจะต้องดูแลข้อมูลให้มีความเสถียร และความพร้อมให้บริการ

          6. ผู้รับบริการจะได้รับการแจ้งรหัสดีโอไอ หลังตรวจสอบความครบถ้วนของเมทาดาทาอย่างช้าไม่เกิน 7 วัน หลังจากวันที่บันทึกรายละเอียด

          7. ศูนย์สารสนเทศการวิจัย วช.  ไม่อนุญาตให้นำรหัสดีโอไอ ไปใช้ประโยชน์ด้านการค้า อีกทั้งห้ามมิให้ดัดแปลงแก้ไข ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น 

 

3.3 ขั้นตอนการขอรับรหัส

          1. ผู้ขอรับบริการจะต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก  เพื่อขอเป็นผู้ส่งทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลขอรับรหัสดีโอไอผ่านหน้าเว็บไซต์ดีโอไอของประเทศไทย  โดยศูนย์สารสนเทศการวิจัย  วช. จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

          2. ทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัลที่ขอรับรหัสดีโอไอ ต้องมีข้อมูลเมทาดาทาตามแบบฟอร์มที่ วช. กำหนดให้ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยอ้างอิงจากการกำหนดของเคอร์เนล เมทาดาทา (Kernel Metadata)

          3. หากผู้ขอรับบริการ บันทึกข้อมูลเมทาดาทา ไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน ระบบจะแจ้งให้ทราบเพื่อให้เจ้าของข้อมูล ทำการแก้ไขและนำข้อมูลเข้าระบบใหม่

          4. ผู้ขอรับบริการจะต้องนำไฟล์ข้อมูลฉบับเต็มของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล หรือวัตถุดิจิทัลขึ้นระบบให้ครบถ้วนสมบูรณ์

          รหัสดีโอไอไม่ได้แสดงถึงการได้รับสิทธิ์ของทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล